2007/Jul/27

สวัสดี ขอโทษที่หายไปนาน ไม่รู้ว่ามีใครคิดถึงเราบางเปล่า ไม่รู้ว่าเขียนไปจะมีใครอ่านบางมั้ย ขอคอมเม้นท์เป็นกำลังใจให้กันบางนะ มาถึงก็อ้อนเลย นะนะ ขอมาเป็นน้ำทิพย์ให้กับบาง >< มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่าเนอะ

เมื่อสักอาทิตย์ ก่อนเรามีสภากาแฟ เล็กๆอยู่ที่หนึ่งไว้ถกกันแบบบุคคลธรรมดาเรื่องแนวทางแก้ไขค่าเงินบาทแข็ง ที่รัฐจะทำการลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากลด ก่อนอื่นขออธิบายเรื่องค่าเงินแบบง่ายๆว่า

การค้าขายกระทำโดยการนำของแลกของ แต่มีปัญหาเรื่องมูลค่าของสินค้า จึงเกิดตัวกลางในการเลือกเปลี่ยนขึ้น เรียกว่า เงินตรา ดังนั้น ประเทศต่างๆทั่วโลกจึงมีสกุลเงินเป็นของตัวเองในการใช้จ่ายภายในประเทศ มาช้านาน จนเมื่อมีการค้าขายระหว่างประเทศเกิดขึ้น ก็จำเป็นต้องมีสกุลเงินกลางคือ ดอลล่าร์ ในการซื้อขาย ทุกประเทศส่วนใหญ่จึงอิงค่าเงิน ดอลล่าร์ เป็นหลัก ในการแลกเปลี่ยนค่าเงินนี้เป็นสิ่งจำเป็นมากสำหรับประเทศที่เปิดการค้าระหว่างประเทศ เพื่อการตลาดที่กว้างและใหญ่ เป็นที่มาซึ้ง ผลกำไรมหาศาล

ฟังดู มันก็ OK ใช่ มั้ย ปัญหาก็อยู่ตรงนี้

เมื่อทุกประเทศอิง ดอลล่าร์มากขึ้น อะไรก็ตามที่คนต้องการมากย่อมมีราคาแพงเสมอ เงินก็เหมือนกันเมื่อมีไม่พอแก่ความต้องการค่าเงินก็แพงขึ้นเรื่อยๆ ผลกระทบเป็นขั้นตอนคือ

>ค่าเงินดอลล่าแข็งขึ้นหรือมีราคาแพงมากขึ้นนั้นเอง >ค่าเงินแข็งขึ้นทำให้ต้นทุนการผลิตสูงตาม สินค้าที่ผลิตได้ก็มีราคาสูงตามต้นทุนไปด้วย >สินค้าแพงก็ไม่มีคนซื้อ เป็นธรรมดา >เมื่อขายไม่ได้ก็ไม่มีเงินยิ่งทำให้ค่าเงินแข็งขึ้นเรื่อยๆ คนที่อยู่ในประเทศก็มีปัญหาเรื่องค่าครองชีพสูงขึ้น ทำให้เกิดปัญหาภายในมากมาย เมื่อมีเงินมากเกินความจำเป็น ดังนั้นต้องระบายออกไปในหลายๆทาง คงเห็นกันอยู่แล้วว่าประเทศนี้จ่ายเงินมากมายไปในการบริจาคแบบให้เปล่าหรือธนาคารกู้เงินแบบ IMF หรืออะไรอีกมากมาย ฯลฯ (รวยกันเหลือเกินนะ อิจฉาอ่ะ) แต่แล้วเงินมันก็ยังเหลือเฟื่ออยู่ดี

คนรวยทำอะไรไม่หน้าเกียจอยู่แล้วก็คนมันรวยนี้นะ ซื้อหุ้นมันทุกตัวทั่วโลกเลย เพื่อที่จะจ่าย ดอลล่าร์ออกไป เมื่อดอลล่าร์ในตลาดมีมากเกิน ค่าเงินก็ลดสิทีนี้ แต่ค่าเงินของสกุลอื่นๆกลับแข็งขึ้นแทนที่เป็นประวัติการณ์

ไปเที่ยวอเมริกามานานแล้วกลับมาดูที่ไทยกันบาง ค่าเงินบาทไทยก็ไม่น้อยหน้าแข็งแบบไม่หยุดยั้ง เลยแนวต้านแล้วก็ยังคงแข็งต่อไป เหอะเหนื่อยเลย ในทำนองเดียวกันเมื่อค่าเงินแข็งผลิตสินค้าได้ก็มาแพงเหลือเกิน ไม่มีคนซื้อสิทีนี้ เซ้ง เซ้ง และเซ้งกันทั่วหน้าเลย พบเห็นได้ตามหน้าหนังสือพิมพ์

ทางแก้ไข ทางแรกที่รัฐมอง ทุกคนมุ่งไปที่ลดอัตราดอกเบี้ยลง ถ้าคนที่เอาเงินมาฝากแล้วไม่มีกำไรเขาก็จะถอนเงินออกไปหากำไรจากอย่างอื่นเองนี้คือแนวคิด แต่จะมีผลกระทบต่อองค์กรทั้งหมด ในระดับมหภาคและจุลภาค

กลับมาหาหน่วยเล็กลงไปอีกอย่างเราๆท่านๆทั้งหลายกัน นี้ เราก็มีแนวทางแก้ไขในแบบชาวบ้านเหมือนกัน

คือ ประเทศไทยใช้ระบบเงินตราแบบ ตะกร้าเงินคือในตะกร้านั้นจะมีสกุลเงินตราต่างประเทศหลักๆ หลายประเทศรวมกันแล้วคิดออกมาเป็นอัตราส่วนจากค่าเงินสกุลต่างๆ เป็นค่าเงินบาท ดังนั้น

คิดออกแล้ว 1. เอาเงินดอลลล่าร์ของเราไปซื้อเงินสกุลอื่นบางสิ ยอมขาดทุนให้เขาเลยด้วย

ตอบทำไม่ได้จะ มีคำอธิบายว่า เปรียบโลกเป็นกะละมังใส่น้ำ 1 ใบ เงินก็เหมือนน้ำ ที่ไหลเข้ามาในกะละมังใบนั้น ตลาดหุ้นไทยเหมือนหัวไม้ขีด เท่านั้นจึงไม่แปลกที่จะโดนไปด้วยหนีไม่ได้หรอก

แย่เลยงั้น อุตสาคิดออกยังใช้ไม่ได้อีกอ่ะ แต่เอ๊ะ งั้นเราก็รวยนะสิ ทำไมเราไม่จ่ายหนี้เงินดอลล่าร์อ่ะ เรามีหนี้เยอะมากเลยนะ ทั้ง IMF หนี้กองทุนน้ำมัน เงินสำรองการไฟฟ้า นี้ไงจ่ายเลยสิ จะได้จ่ายหนี้ให้หมดเลย ค่าเงินจะได้ลดลงด้วย ดีมั้ย ดีมั้ย >< แต่แล้วรัฐบาลก็ออกนโยบายออกมาจริงๆ

1. ให้ถือเงินดอลล่าร์ได้แบบไม่มีกำหนด

2. ให้เอาเงินออกไปซื้อสินทรัพย์ในต่างประเทศ

3. ให้เอกชนจ่ายหนีระหว่างประเทศ (นี้งั้ยเราคิดอยู่เลย แต่แล้วทำไมรัฐไม่จ่ายอ่ะ?)

จากข้อ 2.นี้รู้สึกมั้ยว่ามันแปลกๆนะ ตอนนี้มีใครบางนะที่ต้องการเอาเงินออกนอกประเทศอ่ะ เราคิดไปเองหรือป่าวเนี่ย อีกอย่างที่อยากให้รู้คือเงินที่มีอยู่ในขณะนี้เป็นเงินในตลาดหุ้นเป็นระยะสั้น เขาจะถอนเอาเงินออกไปเมื่อไรก็ได้ คิดเอาเองแล้วกันว่าถ้าเราเอาเงินไปซื้อสินทรัพย์หรือลงทุนในต่างประเทศจริง คนที่เอาเงินออกไปนั้นละจะขาดทุนเพราะต้องลงทุนในระยะยาว แค่ไหนถึงจะมีกำไร สายป่านของคุณยาวมากพอแน่เหรอ

ไม่มีวิธีแก้ไข แบบใดที่ไม่เสียหาย แต่ถ้าทำแล้วมันสามารถรักษาส่วนรวมไว้ได้ มันก็คุ้มกับความเสี่ยงถึงจะทำ

แต่การทำเพื่อประโยชน์ของใครส่วนใดส่วนหนึ่งโดยไม่คำนึกถึงส่วนรวมเลย มันเห็นแก่ตัวมากเกินหรือเปล่า

ในเมื่อเราได้เปรียบในเรื่องค่าเงินแล้วทำไมไม่ใช้ให้เป็นประโยชน์ นำเงินไปลงในตลาดเขาบางสิโอกาสมาถึงแล้ว ใช้บางเถอะ

ทิ้งท้ายไว้กับ คำพูดสวยๆ

ทำไมคำกล่าวของ ซุนวู ไม่เคยล้าสมัยเพราะไม่ว่าเวลาจะเปลี่ยนแปลงไปมากแค่ไหนแต่มนุษย์ไม่เคยเปลี่ยนไป ยังคงความ โลภ โกธร หลง ไม่เปลี่ยนแปลงไปเลย มนุษย์จึงหลอกมนุษย์ได้ทุกยุคทุกสมัย มันไม่ใช่เวทกรรมแต่เพราะความอยากไม่มีที่สิ้นสุดนั้นเอง

Comment

Comment:

Tweet


เขียนได้ดีนะ เหมือนคนแก่เลย ฮ่าๆๆ
แก่ความรู้ แก่วิชานะ open-mounthed smile
#4 by หมูอ้วน (58.64.120.11) At 2007-11-30 23:37,
เรียนการเงินป่ะคะเนี่ย ว่าได้ยาวเชียว
เอาซะเด็กการเงินเห็นภาพ
#2 by noo_oon At 2007-08-01 22:42,
เป็นผลกระทบแบบลูกโซ่นี้เอง

จริงๆแล้ว ผลประโยชน์ที่เยอะแยะมากมาย มันไม่เคยตกถึงประชาชนรากหญ้าหรอก เพราะถึงเงินบาทจะแข็งหรือจะอ่อน ลูกจ้างก็ได้ค่าตอบแทนเท่าเดิม

พอเงินบาทแข็งค่ามา กิจการอยู่ไม่ได้ ก็เจ๊งไปตามระเบียบ

เนี่ยแหละระบบทุนนิยม
(แต่ก็ชอบระบอบนี้นะ ถ้าเอาไปใช้แบบแฟร์ๆ)

คำคมซูนวูเนี่ย ใช่ได้ทุกยุคทุกสมัยจริงๆ
#1 by worapoj@~@ At 2007-07-28 12:24,