2007/Jul/02

คำถามโง่ โง่ ที่มันคาใจ (เราโง่ใช่มั้ย แง่ แง่)

วันนี้ออกแนวเศร้าๆเนอะ แต่เราก็เศร้าจริงๆนะ มีใครสงสารเราบางเปล่าน่า

คือไม่กี่วันมานี้ เราไปเรียนฮวงจุ้ยมา ต้องบอกก่อนว่าเรานะเรียนขั้นสูงมาแล้ว กลับไปเรียนกับชั้นต้นใหม่ คนที่เรียนส่วนใหญ่จึงรู้จักเรามาแล้วบาง

พูดถึงเรื่องที่ อ.สอนกันดีกว่า เริ่มเลย บทเรียนบทแรกสุด

พลังชี่

คนที่จะเรียน ฮวงจุ้ยได้ต้องรู้จัก เกี่ยวกับพลัง ชี่ ก่อนว่ามันคืออะไรและจะสามารถหามันได้จากที่ไหน เพราะ ฮวงจุ้ยคือการหาและกักเก็บพลัง ชี่ ที่ดีให้มากที่สุด แล้วจึงดึงมันมาใช้ประโยชน์ได้

อ. ก็เล่าให้ฟังว่า พลังชี่ เกิดจากภูเขามันไม่ใช่ทั้ง ลมและอากาศ แต่อาศัยลมเป็นตัวกลาง ในการเดินทาง จะหยุดหรือรวมตัวกันเมื่อเจอน้ำ (พระเจ้าจอร์ย มีอย่างนี้ด้วย)

ถ้าในชนบทจะมี ทั้งภูเขาและแม่น้ำของจริง พลังชี่ที่เกิดขึ้นจึงเกิดจากธรรมชาติจริงๆ แต่เพราะมีพื้นที่มากมายมันจึงไม่รวมตัวกัน จึงมีวิธีจับพลังที่แตกต่างออกไป

ถ้าในตัวเมืองเราจะใช่วิธีเปรียบเทียบ ภูเขาเป็น ตึกใหญ่ๆที่ไม่สามารถเคลื่อนที่ได้ และแม่น้ำเป็นถนนที่มีการสันจรไปมาไม่ว่าจะเป็นคนหรือรถยนต์ก็ได้ทั้งนั้น ดังนั้นพลังชี่จึงจะกระจุกตัวกันตามพื้นที่ต่างๆ

จึงตอบคำถามได้ว่า ทำไมในเมืองจึงเจริญกว่าชนบท เพราะถ้าสามารถนำพลังที่อัดตัวกันนี้เจอก็เอาในใช่ได้เลย

-_-? เราก็เกิดมีคำถามแบบโง่ๆ ขึ้นมาทันทีว่า ถ้าเป็นในเมือง แล้วพลังชี่นี้จะเกิดขึ้น จากอะไร เป็นคุณก็คงตอบได้ใช่ไม และฉันก็คิดว่าคุณก็คงบอกเหมือนกับที่ อ.ว่ามันเกิดขึ้นจากตึกหรือสิ่งก่อสร้างที่มั่นคงนั้นเอง ????

แล้วก็เริ่มเรียนกันไปตามปกติ เมื่อกลับบ้านไปแบบเศร้า ตามด้วยอาการ โง่ ๆ ติดตัวอย่างไง ไม่รู้ เลยต้องหาคำตอบสิว่า พลังชี่ มันคืออะไร แล้วเราก็ได้คำตอบ จากอ.ของเราอีกคน แต่เราไม่ได้บอกนะว่าทำไม อ.ที่ไปเรียนด้วยนะ ทำไมถึงไม่รู้ ต้องบอกก่อนนะว่าจากตำราโบราณแล้วเขาเขียนไว้แค่นั้นแบบที่ อ.เขาพูดจริงๆ แต่ที่จะเขียนต่อไปนี้เป็นสิ่งที่ค้นหาต่อเอาเอง และได้คำตอบมาจาก

ตำราแพทย์จีนโบราณ ไม่ใช่ตำราฮวงจุ้ยอย่างที่หลายๆคนอ่านกัน บอกไว้ว่า

พลังชี่คือพลังที่ทำให้เกิดสิ่งมีชีวิตและทำให้สิ่งมีชีวิตดำรงอยู่ได้ถ้าไม่มีพลังนี้ สิ่งมีชีวิตจะตายเหมือน คนที่เป็นเจ้าชายนิทราร่างกายทำงานแต่ไม่มีชีวิต สำหรับคนและสัตว์สามารถพลังชี่นี้เกิดได้จากการกินทำให้ชีวิตคงอยู่ ส่วนพืชเกิดจากการสังเคราะห์แสง เป็นปฏิกิริยาทางเคมี ที่สามารถอธิบายได้ด้วย หลักทางวิทยาศาสตร์ เช่น การที่พื้นโลกได้รับความร้อนที่ไม่เท่ากันทำให้เกิดภูมิประเทศที่แตกต่างกันออกไปเกิดสิ่งมีชีวิตหลากสายพันธุ์ต้องถิ่นกำเนิด ซึ่งในที่ที่มีแผ่นดินจะมีพืชเกิดขึ้นทำให้เกิดวัฎจักรของสิ่งมีชีวิต (อย่างที่อ.อธิบายว่า พลังซี่เกิดจากภูเขาและหยุดด้วยน้ำนั้นเอง) โอ๊ย มันเป็นไปได้แนะ -_-!!! มันเป็นการอธิบายวิทยาศาสตร์ ของคนโบราณ นี้เอง ฉลาดสุดๆเลยอ่ะ อึ้งอ่ะ><

ยกตัวอย่างให้ฟังอีกสักนิด กรณีในอวกาศ ที่ไม่มีอะไรสักอย่าง ทำไมมนุษย์ยังมีชีวิตอยู่ได้ละ?? เขาจะหาพลังชี่ได้จาก ภูเขาเหรอ จากตึกสูงเหรอ อ้อหรือจากเคหะวัตถุที่อยู่นอกยานอวกาศใช่ป่าวนะ (คนเขียนฝันไปแล้วอ่ะ!!)ป่าวเลย เพราะมนุษย์มีอาหาร และปรับสภาวะให้เหมาะสมต่อการดำรงชีวิต ต่างหากละ

คำถาม ขออีกสักหน่อยนะ ถ้าตึกใหญ่มีพลังจริงแล้วในเมืองหลวงทำไมถึงมีแต่ตึกล้างๆอ่ะ

แล้วคุณสังเกตบางป่าวว่า ที่ที่มีคนเยอะๆใช่มั้ยถึงได้เจริญ และของที่ใช้ในการแก้ฮวงจุ้ยที่ดีที่สุดก็คือคนที่มีธาตุที่เราต้องการนั้นเอง

ไหนๆก็เขียนมาเยอะ มีเรื่องมีบอกกันอีกสักหน่อยในเรื่องของฮวงจุ้ย

การทำฮวงจุ้ย ประกอบด้วย 2 ส่วนด้วยกัน คือ

1. เรื่องของชัยภูมิ คือสิ่งที่คุณๆ มองเห็นกันอยู่ และในหนังสือ หรือรายการทาง TV ส่วนใหญ่จะบอกเราถึงแค่เพียงส่วนนี้เพียงส่วนเดียวเท่านั้น

ขอระบายสักหน่อยนะ ดูรายการ TV หลายๆรายการแล้วมันอดไม่ได้ บอกให้จัดอย่างนั้นอย่างนี้มันเป็นแค่ส่วนนี้ส่วนเดียวทั้งนั้นแทบทุกรายการเลย แล้วถ้าทุกบ้านทำแบบเดียวกันหมดก็ไม่มีใครจนกันแล้วสิ มันขึ้นอยู่กับองศประกอบอีกหลายอย่าง ถ้าคนที่คุณเชิญมาเขาจัดฮวงจุ้ยให้ที่บ้านนะ ถ้าเขาดูดวงจีนไม่เป็นเขาก็ทำฮวงจุ้ยให้พลังชี่นี้ตรงเข้าหาตัวคุณโดยตรงไม่ได้หรอก คุณอย่ามัวไปเสียเงินทองกันเรื่องแบบนี้เลย ไม่งั้นคุณจะเสียทั้งเงิน บ้านก็เป็นรูโหว่ง เพราะเขาจะให้คุณ เปลี่ยนประตู ทุบผนัง ก่อกำแพง เปิดหลังคา ตั้งน้ำ และทาสี เงินของคุณทั้งนั้นนะ คิดให้ดีดี

2. เรื่องของพลังงาน หรือที่เรียกกันว่าพลังชี่นั้นเอง พลังชี่นี้ก็มีหลายชนิด เหมือนพื้นดินในแต่ละประเทศก็มีแร่ธาตุที่ต่างกับ เปรียบเช่น น้ำมัน ในแต่ละบ่อจะมีคุณภาพที่ต่างกัน บางบ่อมีแต่ก๊าซ บางบ่อยังเป็นของเหลวหนืด ยังไม่เป็นน้ำมันเลยก็มี

พลังนี้ก็เหมือนกัน มีด้วยกัน 5 สภาวะ ตามทิศทางและฤดูกาล

- ทิศเหนือธาตุน้ำ ฤดูหนาว

- ทิศตะวันออกธาตุไม้ ฤดูใบไม้ผลิ

- ทิศใต้ธาตุไฟ ฤดูร้อน

- ทิศตะวันตกธาตุทอง ฤดูใบไม้ร่วง

การเรียนฮวงจุ้ย เราจะเน้นหาในส่วนที่ 2 เป็นส่วนใหญ่เป็นพลังที่มองไม่เห็นแต่รู้สึกได้เปรียบ เช่น ไอน้ำ ออกซิเจน ไนโตเจน คาร์บอน ความร้อน ฯลฯ

สังเกตบางมั้ย มันเป็นสิ่งที่ชีวิตต้องการไงละแล้วแต่ว่า สิ่งมีชีวิตประเภทไหนต้องการอะไร

ฮวงจุ้ยจึงเป็นการหาพลังที่คนคนหนึ่งขาดหาย หรือมีน้อยเกินไป นำมากักเก็บสะสมไว้และดึงมาใช้ประโยชน์เพื่อคนเพียงคนเดียวเท่านั้นที่สามารถนำไปให้ได้

ส่งท้ายอีกสักนิด สิ่งที่เราเขียนส่วนใหญ่อาจจะไม่ตรงกับที่คุณๆเคยรู้ๆกันมา คนส่วนใหญ่จะมองว่าเรื่องโหราศาสตร์ เป็นความเชื่อ เราไม่เถียงนะ มันเป็นอย่างนั้นจริงๆแต่ ความเชื่อนั้นคนเป็นผู้สร้างขึ้นมาเองทั้งนั้น

แต่ตัววิชาการทั้งหมดเกิดจากการสังเกตความเป็นไปของธรรมชาติมนุษย์จึงเรียนรู้ธรรมชาติเพื่อดำรงชีวิตอยู่ใช้ได้ จึงเกิด ศาสตร์ขึ้นมากมาย โหราศาตร์ก็เป็นส่วนหนึ่งของศาตร์เช่นกัน

โดยส่วนตัวเราจึงมองว่ามันเป็นเพียงวิชา 1 วิชา ไม่ต่างอะไรกัน วิทย์ คณิต สังคม เศรษฐศาตร์(ที่เราชอบ><) เลยสักนิดเลยต้งขอโทษที่มันจะไม่เหมือนใครๆเพราะมันเป็นมุมมองเราที่เชื่อในคำว่าเหตุและผล

"ความคิดและการกระทำจะบอกผลที่จะตามมา หรือกรรมแห่งกรรมนั้นเอง"

มีคนอยากรู้เรื่องการเปลี่ยน ชื่อกับสีรถเราจะมาต่อให้นะ วันนี้ขอกลับไปโง่ ๆ งง ๆต่อแล้วกัน บาย


edit @ 2007/07/05 17:28:12

Comment

Comment:

Tweet


สำหรับผม ศึกษาวิชาโหราศาสตร์จีนมา 10 กว่าปี
มีความเห็นที่แตกต่าง เนื่องจากความเข้าใจของนักปราชญ์โบราณของจีน ที่สะสมรวบรวมความรู้ ทั้งเรื่องของดวงชะตา ฮวงจุ้ย เป็นความรู้ที่เกี่ยวกเนื่องกับ จักรวาล และดวงดาวต่าง ๆ ซึ่งแบ่งกลุ่มดาวเป็น ดาวเหนือ ดาวใต้ และดาวกลางฟ้า และรู้ว่าโลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ในแนวระนาบเป็นวงรี ทำให้เกิดฤดูกาลเป็น 4 ฤดู โดย 360 อาจแบ่งเป็น 4 ทิศ 8 ทิศ หรือ 24 ทิศ ก็แล้วแต่การนำไปใช้ในเรื่องนั้น ๆ การโคจรของโลกที่ทำให้เกิดฤดูกาล โลกและดวงจันทร์ต้องผ่านกลุ่มดาว ฤกษ์ ทำให้มีการบันทึกช่วงเวลาในแต่ละฤดูว่าต้องผ่านกลุ่มดาวใดบ้าง และบันทึกการเปลี่ยนแปลงของคน พืช สัตว์ ทำให้เกิดทฤษฏี ในการทำนายความเป็นไปของสรรพสิ่ง คือ สิ่งไม่มี กำเนิดสิ่งมี สิ่งมีกำเนิดหยินหยาง หยินหยางกำเนิด 4 ฤดู 4 ฤดูกำเนิด 8 กว้า 8 กว้า กำเนิดสรรพสิ่ง
โหราศาสตร์จีน มีหลายแขนง ทุกทฤษฏีมีที่มาและที่ไป ไม่ใช่สิ่งงมงาย แต่ความไม่รู้ของคนปัจจุบัน จึงมาเห็นก้อนหินว่าเป็นหิน แต่ไม่ทราบเนื้อในว่าเป็นหยก หรือเพชร เพราะความไม่เข้าใจ และไม่มีผู้ที่รู้จริงอธิบายให้ทราบ นั้นเอง ของจริงยังมีอยู่ แต่อาจเป็นตามสุภาษิตโบราณที่ว่า ของจริงนิ่งเป็นใบ้ ของพูดได้มันไม่จริง
#3 by horchinese@yahoo.co.th (202.57.146.188) At 2009-09-22 16:14,
อยากศึกษาเรื่องนี้อ่า - -"

ไง ก้ แอด เมล มานะ อยากได้คำ ปรึกษา จากพี่อ่า - -

princess_story_marie@hotmail.com
#2 by ... (202.29.20.22) At 2008-10-26 20:02,
ไล่อ่านลงมาเรื่อยๆ ก็สรุปได้ว่า...


งงอะ สงสัยวิชาโหราศาตร์เป็นเรื่องยากสำหรับเรา
ปล. ว่าแต่ไปเรียนทีไหนอะ แอบถาม อิอิ
#1 by worapoj@~@ At 2007-07-04 21:27,