2007/Mar/20

เรื่องของเรื่อง

3,000 ปี ก่อน ค.ศ. บาบิโลเนีย เมืองแห่งสวรรค์ ของนักเดินทางที่กลางวันมีเพียงพื้นทรายอันร้อนระอุเหมือนรถยนต์ ไม่ได้ติดฟิลม์ รัฐภูมิ (เหอะ นึกถึงไก่อบ ฮา ฮา อร่อย)

เมืองแห่งความมั่งคั่ง ของผู้คน ทั้งชาวบ้านและต่างชาติพันธ์ ดูสวยงาน พูดคุย รื่นรมย์ มีชีวิตชีวา สนุกสนาน มีแต่ความสุขทั่วทั้งโอเอซิตเล็กๆกลางทะเล อันว่างเปล่า

แต่เมื่อแสงอาทิตย์สุดท้ายหายไปจากขอบฟ้าที่กว้างใหญ่ เหลือทิ้งไว้เพียงความมืดและเงียบเหงา ไร้ซึงผู้คน จะเห็นก็เพียงแสงเทียงดวงเล็กๆ ทั่วทั้งเมือง บวกกับอากาศที่เริ่มเย็นลงเรื่อยๆเปรียบเช่นช่องแช่ผักในตู้เย็นเบอร์ 5 ประหยัดไฟ ( ไม่พ้นเสาะหาของกิน โฮ โฮ)

ถ้าคนมีกะตังสักหน่อยก็จะเป็นสวรรค์แบบตัณหา ราคะ ในฮาเล็มไม่รู้จบ (ฮิจฉา โว๊ย) ส่วนพวกไม่มีอะไรจะทำก็ต้องอยู่กับความมืดและแสงของดวงจันทร์และดวงดาวน้อย ใหญ่เต็มท้องฟ้า กับพื้นทรายอันกว้างใหญ่ สุดลูกหูลูกตา (อ่านแล้วเศร้า)

เวลาก็ผ่านไปจากเดือนเป็นปี อาทิตย์ขึ้น จันทร์หาย จันทร์โพล่ อาทิตย์ไม่อยู่ หมู่ดาวก็แปลกๆ อาทิตย์กันจันทร์ไม่คงที่ มันอย่างไงกันละนี้ ด้วยความอยากรู้ อยากเห็นเลยมีการบันทึกขึ้น มากๆเข้า จากรุ่นสู่รุ่น เป็นที่มาของวิชา ดาราศาสตร์และโหราศาสตร์ มาจนถึง ณ ปัจจุบัน (โอ พระเจ้ามันยอดมาก)

เป็นที่มาของศาสตร์อันลึกลับจนด้วยค้นหาแม้ในปัจจุบัน และอนาคตเชื่อสิ ก็ไม่ได้ต่างไม่จากการค้นพบแรงโน้นถ่วงของโลกจากการโยนแอบเปิ้ล (ฮึ ฮึ ก็ไปได้แบบน้ำขุ่นเนอะ ^_^)

จากเรื่องง่ายๆ จุดเล็กๆ อารมณ์เหงาๆ หรือการไม่มีอะไรจะทำก็อาจเกิดเรื่องที่ยิ่งใหญ่ขึ้นได้ทั้งนั้น

ความรุ่นโรจน์ของเบล

เมือง บาบิโลเนีย มีอยู่จริง ณ ปัจจุบัน คือ ประเทศ อิรัก จากการขุดค้น เจอ ศิลาจารึก ที่บันทึกมาตาฐานทางวิชาการ มีชื่อว่า ความรุ่งโรจน์ของเบล ในดินแดนแห่งนี้จึงเป็นต้นกำเนิคของวิชาการหลายแขนงทั้ง เลขาคณิต การแพทย์ ภาษา ประวัตศาสตร์ ดาราศาสตร์ ( โฮ เก่งจัง อึ่ง )

จากศิราจารึกทำให้ทราบว่าชาว บาบิโลเนีย จัด ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ พร้อมทั้งดวงเคราะห์ทั้ง 5 มีวงโคจร ที่แน่นอน (รู้ได้ไงเนี่ย ใช้อะไรดูดาวกันนะ ) โดยสังเกตจาก กลุ่มหมู่ดาว 12 ราศี เปรียบเป็นป้ายบอกทางและที่อยู่ ที่ไม่สามารถย้ายตำแหน่งได้ ถูกกำหนดตายตัว (ดีนะ ไม่มีทางแยกด้วย ^_^!!!ไม่งั้ย งง กว่านี้อีก)

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ระบบจักราศี จึงถูกเผยแผ่ยังประเทศต่างๆ ทั้ง อินเดีย จีน เขมร โรมัน ฯลฯ จนเกิดเป็นวิชา ดวงจีน ฮวงจุ๋ย ดวงไทยแบบจักราศีหรือเลข 7 ตัว 11 ฐาน ดวงยูเรเนียน (ดวงสากล) ฯ

ทุกวิชาถูกพัฒนาเพื่อใช้กันประเทศนั้นๆ เพราะ วัฒนธรรม ความเป็นอยู่ต่างกัน เช่นไทยสร้างบ้านเน้นการละบายอากาศได้เพราะร้อน ส่วน USA เน้นแข็งแรงเพื่อป้องกันพายุและความหนาว

คุณเคยสังเกตมั้ยว่า ทุกสิ่งจะเหมือนกัน เช่น สิ่งที่ใหญ่ที่สุดอย่าง ระบบสุริยะ มีดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลาง มีดาวเคราะห์ โคจรอยู่โดยรอบ ในขณะที่สิ่งที่เล็กที่สุดอย่างอะตอม ก็มี โปรตอล+นิวตอล เป็นศูนย์กลาง มีอีเล็คตอล โคจรอยู่เช่นกัน

แต่ดวงดาวจะไม่มีความหมายเลย ถ้าขาด หวงแห่งเวลา โหราศาสตร์จึงเป็นศาสตร์แห่ง กาลเวลา ที่เรียนรู้ได้โดยใช้วิชา ตรรกศาสตร์ (ปวดหัวกันหรือยังอ่ะ )

เรามาดูคนข้างๆเรากันดีกว่าว่า เขาหรือเธอนั้น ช่าง สดใส สนุกสนานและร่าเริง ทำให้โลกนี้มีสีสันต์ ชีวิตชิวา เพียงแค่ได้เห็นหน้าก็แทบละลายตายตรงหน้าเธอ ( โอย.... พูดแล้วคิดถึง ) เชกเช่น พระอาทิตย์

หรือเป็นเช่นจันทรา ที่อบอุ่น อ่อนโยน หน้าหลงใหล เป็นกำลังใจเมื่อยามเศร้า เป็นความหวังเมื่อยามเหนื่อยล้า แม้เพียงสบดา ก็แทบลืมหายใจ (ฝันไปแล้วนะ กลับมากลับมา!!!)


edit @ 2007/03/26 09:56:33


edit @ 2007/05/14 15:34:57

Comment

Comment:

Tweet


#2 by อรพรรณ (203.188.40.185) At 2007-06-19 14:10,
#1 by (203.172.180.2 /192.168.4.2) At 2007-05-24 13:27,